cos mana moi private

posted on 17 Jul 2008 03:53 by popomini

ด้วยความอยากมากๆๆและจะไปไพรเวทนอกสถานที่อยู่แล้วในวันศุกร์นี้อะนะจ๊ะ ก็เลยทดลองแต่งหน้าเพื่อเทสต์ว่าจะออกมาเป็นยังไง (เพราะใส่มาน่า moiเป็นครั้งแรกอะนะหึหึ)

                  แล้วก็ในเมื่อแต่งหน้ามาเป็นชั่วโมงแล้วก็ เลยใส่ชุดกับเอาวิก(ที่ยังไม่ได้เซ็ททรงเลย)มาใส่ แล้วก็มีตากล้อง (อารี่จ๊าง)มาถ่ายรูปให้..หุหุด้วยความแบบว่าไหนๆๆก็แต่งหน้าแล้วไม่เป็นการเสียเวลา ก็เลย.......

          ได้รุปเซ็ทนี้มาอะนะ แต่รูปเซ็ทนี้เป็นแค่พรีวิวอะนะ ถ้ายังไงจะเอารูปแบบแสงสวยๆๆสถานที่ดีๆๆมาให้ดูแน่นอนจ๊า..ไงก็ไปดูรูปกันก่อนแล้วกันน๊า..ในนี้ลงแค่นิดหน่อย แต่มีอีกนิดที่เมาตินะจ๊ะ..รูปออกมาอาร์ตดี..มืดๆๆดูแล้วได้บรรยากาศดีน๊า....ไปดูกันเลย

manamoi

manamoi

ก็เอามาให้ดู2รูปก่อนน๊า..อยากดูอีกนิดหน่อยก็เข้าไปดูที่ multiply เหมือนเช่นเคยนะจ๊ะ..มีอีกนิดหน่อย..แต่อยากดูเต็มๆๆดีดีต้องวันศุกร์จ๊า..ไปนอนก่อนละ..ง่วง..ฮ้าว...

edit @ 18 Jul 2008 00:51:05 by popo

 ปล. บอกก่อนนะจ๊ะ  ออกตัวไว้หน่อยว่าไม่เกี่ยวกับพี่น๊าไม่ได้เขียนจากเรื่องตัวเองหรือว่าโดนอะไรหรอกน๊า555แต่จากที่ได้ยินเรื่องต่างๆๆแล้วอยากเขียนเท่านั้นเอง  แล้วก็เรื่องนี้เฉพาะวงการแฟชั่นเท่านั้นจ๊า

ก็อย่างว่า..พอเริ่มแก่ก็จะเริ่มบ่นเป็นเรื่องธรรมดาอะนะก็จากที่ได้เห็นได้ยินวงการแฟชั่นมาบ้าง (ก็เรียนจบด้านนี้อะนะ)ไม่ว่าจะเป็นทั้งนักออกแบบทั้งต่างประเทศ ทั้งไทยเอง  ไม่ว่างานออกแบบของที่ไหน ยุคสมัยไหนก็ต้องมีต้นแบบทั้งนั้น...

                       เพราะถ้าให้ดูวงการแฟชั่น  ความนิยมในแต่ละช่วงเวลาก็จะมีที่มาที่ไป  คือ แฟชั้นในแต่ละช่วงก็จะมีการนำแฟชั่นที่นิยมในอดีตมาผสมผสานการออกแบบในสมัยใหม่แล้วผสมกับเอกลักษณ์ของผู้ที่ออกแบบเข้าไป ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆๆ ขึ้นเป้นผลงานที่มีแนวทางที่ผสมระหว่างของเก่ากับสไตร์ของผู้ออกแบบนั้นเอง

 อย่างเช่นการนำชุดระบายลูกไม้ในสมัย Victoria  มาทำให้เป็นชุดที่เล็กลงกลายเป็นเสื้อผ้าที่สามารถใส่เดินถนนทั่วไปได้ หรือยังคงรูปแบบของผลิตภัณฑ์เอาไว้เช่นพวก คอเซ็ท  แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของชุดสไตร์ lolita ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกัน 

หรืออย่างเช่น กางเกง ขาม้า กระโปรงมินิสเกิ๊ต  และอื่นๆๆที่มีมาตั้งแต่อดีต มาทำการประยุคต์การออกแบบ เปลี่ยนวัสดุที่เป็นปัจจุบันในการผลิต เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์ในผลิตภัณฑ์ของตนเอง  เพราะฉะนั้นแฟชั่นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆๆตามการเวลา แบบที่ตอนนี้อินเทรน ในอนาคตอาจจะไม่อินเทรนอีกแล้วงั้นเหอ  เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปยึดติดกับการออกแบบเก่าๆๆที่ยังไงมันก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆๆ เพราะฉะนั้นพี่ถึงไม่ ป้องกันรูปภาพเท่าไร(แต่ใครเอาไปใช้ในทางที่ผิดถือว่าแย่น๊า)

                อีกเรื่องคือการเลียนแบบ คำว่าเลียนแบบ*ในความคิดพี่นะ*คือการก๊อปปี๊ทุกอย่างตั้งแต่แบบ วัสดุที่ใช้ แม้กระทั้งแบรนส์ แต่ถ้านำมาใช้โดยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบแม้จะไม่มาก แต่เปลี่ยนวัสดุและคิดลูกเล่นอื่นๆๆเพิ่มเติมหรือลดทอนออก ก็ไม่ถือว่าเป็นการก๊อปปี๊แต่เป็นการใช้ต้นแบบเป็นแนวทางในการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆๆ ที่มีสไตร์ของตัวเองผสมอยู่  เพราะไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบชื่อดัง  โรงงานใหญ่ๆๆก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน(จากที่ได้ยินมา) คือการดูจากหนังสือ ภาพถ่ายหรือแม้แต่หนังสือรวบรวมแฟชั่นเก่าๆๆที่เป็นตำราผสมผสานกับการตั้งconcept จากสิ่งที่เป็นแรงบรรดาลใจนั้นเอง ก็นำมาดูเพื่อมาปรับเปลี่ยนรูปแบบของผลิตภัณฑ์(ไม่มากก็น้อย)  

                เพราะฉะนั้นถ้าจะให้พูดว่าในปัจุบัน ทุกอย่างสร้างจากความคิดด้วยตัวเองทั้งหมดก็คงไม่ใช่(ไม่นับคนสมัยโบราณน๊า)เพราะทุกความคิดย่อมมีแรงบรรดาลใจ แต่ถ้าไม่มีแรงบรรดาลใจ(ก็อปปี๊)ที่ว่าก็จะไม่มีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆออกมาเช่นกัน เพราะยิ่งมีแหล่งความคิดมากก็ยิ่งสร้างสรรค์สิ่งต่างๆๆออกมาได้มาก เช่น แบรนใหม่ๆๆที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเอาแค่แคบๆๆอะนะ สไตร์ชุดโกธิคโลลิ ที่มาจากญี่ปุ่น ก็คือเกิดจากเราได้แรงบรรดาลใจจากแฟชั่นของนักออกแบบชาวญี่ปุ่น..(แต่ชาวญี่ปุ่นก็เอาแรงบรรดาลใจมาจาก ฝรั่งอีกทีละนะ) เพราะฉะนั้นจะมีกลิ่นอายแบบของที่โน้นก็ไม่แปลก แต่จะแปลกถ้าเราไม่เอามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบและ วัสดุ (คือสิ่งที่ดีก็เอามา สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ต้องอะนะ  )  แล้วเพิ่มความเป็นตัวเองลงไป(แต่ไม่ได้หมายถึงเอารูปแบบชุดไทยผ้าไทยไปใส่น๊า..แต่ถ้าใส่ได้ก็..อือน่าคิดน๊า555)  เพราะจิงๆๆพี่ว่ามันไม่เข้ากันเท่าไรอะ555     (โกธิคโลลิที่ญี่ปุ่นรูปแบบ(ของแต่ละแบรนส์)ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแตกต่างจากกันมากมายแต่จะมีการปลี่ยนวัสดุ ลวดลายผ้าและเพิ่มเติมลายระเอียด การตกแต่งของชุดแตกต่างกันตามแบรนส์

 ดังนั้น..สรุปละ **55 พี่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทุกสิ่งที่ทำออกมาไม่ใช่การก๊อปปี่(ไม่งั้นก็ไม่มีแบรนใหม่ๆพัฒนาขึ้นมาหรอก)(ไม่เกี่ยวกับคอสเพลน๊า) แต่เป็นการนำแนวคิดที่มีอยู่ มาคิดต่อ(ยกเว้นพวกก็อปมาทั้งดุ้นอะนะ) เพราะฉะนั้นจะบอกว่าของฉันไม่ได้ก็อปนะ แต่ของเธออะ..ก็อป คงไม่ได้ เพราะถ้าดูจากรูปแบบต่างๆๆมันก็มาจากจุดเดียวกันทั้งนั้น (เพราะถ้าไม่ก๊อปจริงๆๆก็ต้องเป็นคนเริ่มแฟชั่นสไตร์นั้นๆเลยอะ ใครละ??มีหลายคนแล้วแต่ยุคสมัยนั้นๆ)*ไปศึกษาต่อเอง*55      

พี่ว่าการมองของพี่มันเป็นทางบวกน๊าคือ อย่าคิดว่าตัวเองดีที่สุดให้คิดว่า ทุกๆๆคนสามารถทำได้เช่นเดียวกับเราอยู่ที่เค้าจะเข้าใจการทำเหมือนเราหรือเปล่า  (แต่เรื่องนี้ก็อยู่ที่การพัฒนาการด้วยว่าจะหาแนวทางของตัวเองเจอไหม)และความคิดของเราอาจจะไม่ดีที่สุดก็ได้เพราะคนแต่ละคนมองไม่เหมือนกัน..เพราะฉะนั้นเวลาทำอะไร เราหาเอกลักษณ์ของตัวเองไม่เจอจริงๆๆแต่ก็ขอให้มีสไตร์ของตัวเองผสมอยู่แม้จะนิดหน่อยก็ถือว่าดีแล้วละนะ

อย่างตัวพี่จะบอกว่าออกแบบก็ใช่ก็เราคิดแบบที่ทำนี้ขึ้นมานี้น๊า  แต่แรงบรรดาลใจคือสไตร์โกธิคโลลิ ใช่ปะ ..ก็ถูก เพราะทุกสิ่งก็ต้องมีแนวคิดแต่ก็ไม่ถือเป็นการก๊อปปี๊เพราะ เราไม่ได้ลอกเค้ามา แล้วแค่ดูของเค้าว่ามีจุดไหนน่าสนใจถึงหยิบจุดนั้นมาใช้เท่านั้นเอง..พี่ว่าทุกคนก็ใช้นะวิธีนี้..ไม่ใช่แค่การออกแบบ ทั้งเรื่องเรียน การเขียนรายงาน การดำรงชีวิต (เอาส่วนที่คิดว่าดีมาใช้อะ) 

ป.ล. ใครมีความคิดไม่เหมือนกัน ก็แสดงความคิดเห็นได้จ๊า..แบบว่ามันอยากพูดมากเลยอะ..ที่นี้เค้าก็เอาไว้ให้เขียนแบบบรรทึกส่วนตัวนี้เนอะ..555  ยาวมากเลยจะมีคนอ่านเปล่าน๊า* ก็มันทนไม่ไหวแล้วอะอยากพูดมาก

*เหมือนบทความจริงๆๆเลยน๊า *

edit @ 10 Jul 2008 05:02:05 by popo

edit @ 11 Jul 2008 01:33:22 by popo